การบำรุงรักษาตามแผน
PLANNED MAINTENANCE
ตอนที่ 1
บทนำ (Introduction)
1.1 ความจำเป็น
พื้นฐานของระบบการผลิตที่ดี คือ การที่เครื่องจักรอุปกรณ์อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีตลอดเวลา(Reliability) ระบบการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพจะช่วยส่งเสริม และดำรงไว้ซึ่งสภาพ ดังกล่าวของเครื่องจักร ระบบการบำรุงรักษาที่รู้จักกันทั่วไปในปัจจุบัน คือ การบำรุงรักษาทวีผลแบบทุกคนมีส่วนร่วม (Total Productive Maintenance: TPM) ซึ่งเป็นการบำรุงรักษาที่เป็นหน้าที่ของทุกคนไม่ใช่ฝ่ายซ่อมบำรุงเพียงอย่างเดียว แต่ถึงอย่างไรฝ่ายซ่อมบำรุงก็ยังคงมีหน้าที่รับผิดชอบในการบำรุงรักษาตามแผน หรือ Planned Maintenance แผนในการบำรุงรักษาสามารถแบ่งออกเป็น แผนการปฏิบัติตามระบบการบำรุงรักษา(Plan - Based Systematic Activities) และแผนการปฏิบัติเมื่อเครื่องจักรเสียหาย (Non-Systematic Activities) ซึ่งเป็นความเสียหายแบบฉับพลัน (Sporadic failures) การบำรุงรักษาตามแผนดังกล่าว จะทำให้การเสียของเครื่องจักรขณะใช้งานลดลงได้ หรือหากเกิดขึ้นก็จะกลับมาใช้งานได้ตามปกติอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงเห็นได้ว่าการบำรุงรักษาตามแผนนั้นมีความจำเป็น
1.2 กิจกรรมในระบบการบำรุงรักษาตามแผน
1.2.1 กิจกรรมเพื่อให้เครื่องจักรใช้งานได้ดีตลอดเวลา
ประกอบไปด้วยกิจกรรมเพื่อให้เครื่องจักรมีอัตราการใช้งานสูง (Availability) และเพื่อความสามารถในการซ่อมบำรุง (Maintainability) โดยวิธีการบำรุงรักษาที่จะช่วยส่งเสริม Availability และMaintainability ประกอบด้วยการบำรุงรักษาแบบต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
-
- เพื่อหยุดความเสียหาย
การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance)
การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance) - เพื่อป้องกันความเสียหาย
การบำรุงเชิงแก้ไขปรับปรุง (Corrective Maintenance)
การป้องกันการบำรุงรักษา(Maintenance Prevention) - เพื่อความพร้อมเมื่อเกิดการเสียหาย
การบำรุงรักษาเมื่อขัดข้อง (Breakdown Maintenance)
1.2.2 กิจกรรมในเชิงการบริหารการบำรุงรักษา
เพื่อให้การบำรุงรักษาตามแผนได้รับการสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเครื่องจักร อะไหล่ หรือ งบประมาณต่าง ๆ โดยทั่วไปต้องมีกิจกรรมเชิงบริหาร อันประกอบไปด้วย
-
- การจัดการข้อมูลด้านต่าง ๆ ของเครื่องจักรในการบำรุงรักษา (Maintenance Information Management)
- การจัดการชิ้นส่วนและอะไหล่ (Spare Part Management)
- การจัดการต้นทุนการบำรุงรักษา (Maintenance Cost Management)
1.2.3 กิจกรรมสนับสนุนจากฝ่ายผลิต
เพื่อให้การบำรุงรักษาบรรลุวัตถุประสงค์ ในการดำเนินการตามแนวทางของ TPM จำเป็นต้องมี
การปฏิบัติร่วมกันระหว่าง ฝ่ายซ่อมบำรุงกับฝ่ายผลิต โดยกิจกรรมของฝ่ายผลิตที่ต้องการเพื่อสนับสนุนการบำรุงรักษาตามแผน ก็คือ
-
- การบำรุงรักษาด้วยตนเอง (Autonomous Maintenance)
- การปรับปรุงเฉพาะเรื่อง (Individual Improvement)
การบำรุงรักษาตามแผนโดยดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งหมดนั้น จะทำให้สามารถ เพิ่มผลผลิตได้โดยการปรับปรุงผลิตผล (Output) ที่จะออกมาในรูปของความพยายามให้ เครื่องจักรเสียเป็นศูนย์ (Zero Failure) ของเสียเป็นศูนย์ (Zero Defect) และอุบัติเหตุเป็นศูนย์ (Zero Accidents) ในขณะเดียวกันยังช่วยลดสิ่งต่าง ๆ ที่ใช้ในการบำรุงรักษา (Input) จากภาพที่1 แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว
1.3 การวัดผล
ดังที่กล่าวมาแล้วว่า การบำรุงรักษาตามแผนจะทำให้เครื่องจักรใช้งานได้ดีตลอดเวลา และเมื่อเกิดการเสียหายก็ต้องกลับมาใช้ได้อย่างรวดเร็วจึงทำให้การวัดประสิทธิภาพของ การบำรุงรักษาตามแผนต้องวัดอัตราการใช้งานของเครื่องจักรอันเนื่องมาจากการเสียหาย และเวลาที่ใช้ในการซ่อม (Inherent Audibility) และวัดอัตราการใช้งานของเครื่องจักรอันเนื่องมาจาก การบำรุงรักษาและเวลาที่ใช้ในการบำรุงรักษา (Achievement Availability) ซึ่งอัตราการใช้งาน ทั้งสองสามารถหาได้โดย
| Inherent Availability = MTBF/(MTBF+MTTR) |
เมื่อ MTBF หมายถึง Mean Time Between Failures
(ระยะเวลาเฉลี่ยก่อนการเสียหายแต่ละครั้ง)
MTTR หมายถึง Mean Time To Repair
(ระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่เสียหายจนใช้งานได้แต่ละครั้ง)
รายละเอียดการคำนวณ MTBF และ MTTR แสดงไว้ในภาพที่ 2
| Achievement Availability = MTBM / (MTBM+M) |
เมื่อ MTBM หมายถึง Mean Time Between Maintenance
(ระยะเวลาเฉลี่ยก่อนการบำรุงรักษาแต่ละครั้ง)
M หมายถึง ระยะเวลาเฉลี่ยที่ใช้ในการบำรุงรักษาแต่ละครั้ง
รายละเอียดการคำนวณ MTBM และ M แสดงไว้ในภาพที่ 3



Reference
ธานี อ่วมอ้อ




