IS Software

  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
Home ARTICLE TPM การบำรุงรักษาตามแผน (ตอนจบ)

การบำรุงรักษาตามแผน
Planned Maintenance
(ตอนจบ)

กิจกรรมเพื่อการป้องกันการบำรุงรักษา (Maintenance Prevention)
    บ่อยครั้งที่การออกแบบเครื่องจักรไม่ได้ออกแบบมาให้สามารถบำรุงรักษาได้ด้วยตัวของมันเอง แต่จะพิจารณาเฉพาะเรื่องของกรรมวิธีการผลิตเป็นหลัก ทำให้เมื่อนำมาใช้งาน จึงเป็นหน้าที่ฝ่ายซ่อมบำรุงในการหาวิธีดูแลรักษาเครื่องจักรไม่ว่าจะเป็นการหมั่นตรวจเช็ค การมีแผนรองรับหากเครื่องจักรเสียหาย รวมถึงการมีแผนการบำรุงรักษาตามระยะเวลา หรือ ตามสภาพการใช้งาน ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่จำเป็นและถูกต้องหากมองในแง่มุมของความพยายามที่จะไม่ให้เครื่องจักรเสีย แต่บางครั้งก็เป็นการสิ้นเปลืองหากมองในมุมของชั่วโมงแรงงานที่ใช้ในการบำรุงรักษา หรือบางครั้งเครื่องก็ยังคงเสียหายเนื่องจากความหละหลวม ความหลงลืม หรือจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้องของพนักงานซ่อมบำรุง
     ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว กิจกรรมหนึ่งในการบำรุงรักษา ควรจะเป็นเรื่องการหาวิธีที่จะทำให้เครื่องจักรลดความต้องการในการบำรุงรักษา หรือไม่ต้องการเลย เพื่อจำนวนชั่วโมงแรงงานที่ใช้ในการบำรุงรักษาจะได้ลดลง โอกาสผิดพลาดหลงลืมในการบำรุงรักษาจะได้ลดลง กิจกรรมดังกล่าวนั้นก็คือ การป้องกันการบำรุงรักษา

พิจารณาความต้องการการบำรุงรักษาของเครื่องจักร
     การป้องกันการบำรุงรักษานั้นจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อทราบว่า เครื่องจักรนั้นๆ ต้องการการบำรุงรักษาจุดสำคัญๆ ตรงไหนบ้าง และต้องมีลักษณะอย่างไร มีความถี่แค่ไหน การพิจารณาความต้องการการบำรุงรักษาจะพิจารณาจากการบำรุงรักษาที่จะทำให้เครื่องจักรใช้งานได้เต็มที่ และพิจารณาการบำรุงรักษาให้เครื่องจักรใช้ประโยชน์ได้สูงสุด

การบำรุงรักษา
• ให้เครื่องจักรผลิตแต่ชั้นงานที่มีคุณภาพ
• การบำรุงรักษาเพื่อเพิ่มอัตราการใช้งานในระยะยาว
• การบำรุงรักษาเพื่อปรับปรุงความสามารถในการปฏิบัติงานและเพิ่มความปลอดภัย

นอกจากการพิจารณาต่างๆ ที่กล่าวมาแล้ว ยังต้องมีการพิจารณาต่อไปว่า หากไม่เป็นไปตามนั้นจะมีอะไรทำให้รับรู้ก่อนได้หรือไม่ในรูปของการแสดงผลด้วยอุปกรณ์ต่างๆ
• ด้วยชิ้นส่วนต่างๆ ของเครื่องจักรเอง
• ด้วยอุปกรณ์เสริมที่ต้องติดตั้งเพิ่ม
• การใช้ร่วมกันระหว่างอุปกรณ์เดิมของเครื่องกับอุปกรณ์เสริม

การใช้อุปกรณ์ดังกล่าวไม่ว่าจะติดมากับเครื่องจักร หรือติดตั้งเพิ่มเข้าไปก็ตาม ถ้ามองในมุมของผู้ใช้เครื่องหรือพนักงานซ่อมบำรุง อุปกรณ์ต่างๆ นั้นก็คือ อุปกรณ์ที่ช่วยให้ความสะดวกในการปฏิบัติงาน
• ใช้งานได้อย่างง่าย
• พบความผิดปกติได้ง่าย
• ป้องกันความผิดปกติได้ง่าย

ในตารางที่ 1 แสดงการรวบรวมความต้องการการบำรุงรักษาในรูปของรายการตรวจสอบ (Check List)

Reliability : ลักษณะที่แสดงว่าเครื่องไม่เสื่อมสภาพหรือไม่หยุดเนื่องจากขัดข้อง (MTBF ที่ยาว) 

 Maintenability : ลักษณะที่แสดงว่ามีความสามารถในการวัดความเสียหาย รับรู้ข้อบกพร่องและการแก้ไข (MTTR ที่สั้น)

ตารางที่ 1 (ต่อ)

 การบำรุงรักษาด้วยตนเอง : ลักษณะที่แสดงว่าผู้ใช้เครื่องสามารถทำความสะอาด หล่อลื่นและตรวจสอบด้วยเวลาเพียงเล็กน้อย

 Operability : ลักษณะที่แสดงว่าใช้เครื่องได้อย่างถูกต้อง ทั้งตอนตั้งเครื่อง ตอนเดินเครื่องรวมถึงการปรับแต่งค่าต่าง ๆ

 ตารางที่ 1 (ต่อ)

Safety : ลักษณะที่แสดงว่ามีความปลอดภัย พนักงานไม่เมื่อยล้า และไม่ก่อให้เกิดมลพิษในสถานที่ทำงาน

 

ตารางที่ 1 รายการตรวจสอบความต้องการการบำรุงรักษาของเครื่องจักร

การป้องกันการบำรุงรักษา
    หลังจากที่ทำการพิจารณาความต้องการการบำรุงรักษาของเครื่องจักรทั้งที่ให้เครื่องจักรใช้งานได้เต็มที่และให้เครื่องจักรใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ที่ได้มาในรูปของ Reliability, Maintenability การบำรุงรักษาด้วยตนเองการเดินเครื่อง และความปลอดภัย ตามที่แสดงไว้ในตารางที่ 1 ต่อไปก็จะนำข้อมูลที่ได้นี้ไปหาวิธีการปรับปรุงหรือแก้ไขในจุดที่ยังบกพร่องอยู่ ซึ่งบางครั้งอาจจะต้องมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ ออกแบบอุปกรณ์ใหม่ หรือเปลี่ยนกรรมวิธีการผลิต รวมถึงการกำหนดมาตรฐานต่างๆ ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานความปลอดภัย มาตรฐานการปฏิบัติงาน มาตรฐานการบำรุงรักษา
    ในภาพที่ 1 เป็นการนำข้อมูลจากการพิจารณาความต้องการการบำรุงรักษา ไปทำการสรุปข้อมูลจากนั้นทำการศึกษาทั้งด้านการเทคโนโลยีการผลิต เทคโนโลยีการตรวจประเมินเครื่องจักร และเทคโนโลยีการบำรุงรักษา โดยที่สุดจะทำการสรุปเป็นคู่มือเพื่อนำไปจัดทำแผนแก้ไขต่อไป

ภาพที่ 1 การนำข้อมูลความต้องการการบำรุงรักษาของเครื่องจักรมาออกแบบเพื่อป้องกันการบำรุงรักษา

กิจกรรมเพื่อการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance)
     ทุกครั้งเมื่อใช้เครื่องจักร ถ้าไม่ต้องการใช้จนกระทั่งมันเสียหายแล้วจึงทำการซ่อมบำรุง ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน ซึ่งประกอบไปด้วย การบำรุงรักษาประจำวัน การบำรุงรักษาตามคาบเวลา และการกำหนดเวลาในการเปลี่ยน หรือถอดออกมาทำการแก้ไขก่อนที่จะเสียหาย สังเกตุได้ว่าการบำรุงรักษาเชิงป้องกันดังกล่าวนั้น จะกำหนดการบำรุงรักษาโดยยึดตามเวลา หรือเรียกว่า Time – Based Maintenance (TBM) ถ้าพิจารณาอย่างละเอียดจะพบว่าการบำรุงรักษาเชิงป้องกันแบบ TBM นี้ ไม่ได้คำนึงถึงสภาพการใช้งานของเครื่องจักร จนบางครั้งทำให้เกิดการบำรุงรักษาที่เกินความจำเป็น (Over Maintenance)
     เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาการบำรุงรักษาเกินความจำเป็น จึงได้มีการบำรุงรักษาเชิงป้องกันโดยยึดตามสภาพในขณะนั้นของเครื่องจักร หรือเรียกว่า Condition – Based Maintenance (CBM) คำว่า ตามสภาพ ก็หมายถึง สภาพอย่างไรไม่ต้องดูแลรักษามากนัก สภาพอย่างไรต้องดูแลรักษาเป็นอย่างดี และสภาพอย่างไรที่สมควรเปลี่ยนได้แล้ว การบำรุงรักษาตามสภาพดังกล่าวก็ไม่ได้หมายความว่า วิธีการบำรุงรักษาที่ปฏิบัติจะถูกต้องเหมาะสมร้อยเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะเวลาที่เปลี่ยนชิ้นส่วน ก็ไม่ได้หมายความว่า ณ เวลานั้นชิ้นส่วนมีอายุเป็นศูนย์แล้ว เนื่องจากทั้งหมดเป็นการพยากรณ์บนพื้นฐานของข้อมูล ทำให้ CBM ถูกเรียกว่า การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์

 

ภาพที่ 2 การบำรุงรักษาเชิงป้องกันแบบยึดตามเวลา และยึดตามสภาพ

วิธีการพยากรณ์
     วิธีการพยากรณ์ว่าเมื่อไรควรทำการบำรุงรักษาแบบใด และเข้มข้นแค่ไหน หรือเมื่อไรจะเปลี่ยน สิ่งที่จะบอกเราได้ก็คือ คุณภาพในการใช้งานตามหน้าที่ของชิ้นส่วนนั้นๆ เมื่อใช้งานไปนานๆ ว่าใช้งานได้ดีเยี่ยม ดี ยังพอใช้ได้ หรือไม่ควรใช้อีกต่อไป
     ดังนั้นการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ก็คือ การวัดคุณภาพการใช้งานอยู่ตลอดเมื่ออายุการใช้งานมากขึ้น และทำการกำหนดว่าระดับคุณภาพสูงต่ำอย่างไร ควรจะได้รับการบำรุงรักษาแบบไหน ตามภาพที่ 3

 ภาพที่ 3 การบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์

 

Reference
ธานี  อ่วมอ้อ

Last Updated ( Tuesday, 27 October 2009 08:05 )  

Event Calendar

<<  Dec 14  >>
 Su  Mo  Tu  We  Th  Fr  Sa 
   1  2  3  4  5  6
  7  8  910111213
14151617181920
21222324252627
28293031   

CMMS

PMII Maintenance Software

OFFENSIVE AND DEVELOPMENT INDUSTRIAL CENTRE

ODIC.jpg

ISO/IEC 29110